สมาร์ตโฟน Samsung วางบนพื้นผิวไฮเทค แสดงกราฟิกการเชื่อมต่อ eSIM และซิมการ์ด

มือถือ Samsung รองรับ eSIM ทุกรุ่นไหม ไขคำตอบชัดๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

คำตอบสั้นและชัดเจนที่สุดคือ มือถือ Samsung ไม่ได้รองรับ eSIM ทุกรุ่น เนื่องจากเทคโนโลยี eSIM ยังถูกจัดวางให้เป็นฟีเจอร์ในสมาร์ตโฟนกลุ่มเรือธงและกลุ่มระดับกลางบางรุ่นเท่านั้น สำหรับผู้ที่กำลังมองหามือถือ Samsung เครื่องใหม่เพื่อใช้งาน eSIM ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศหรือเปิดเบอร์สำรองโดยไม่ต้องใช้ซิมการ์ดจริง การตรวจสอบสเปกของแต่ละรุ่นก่อนซื้อจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก

ปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่ามือถือ Samsung เครื่องนั้นจะใช้งาน eSIM ได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อซีรีส์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงปีที่เปิดตัว รุ่นย่อย และภูมิภาคที่วางจำหน่าย การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อสมาร์ตโฟนได้ตรงตามโจทย์การใช้งาน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะซื้อเครื่องที่ไม่รองรับมาใช้งานโดยไม่ตั้งใจ

คำตอบชัดๆ: มือถือ Samsung รองรับ eSIM ทุกรุ่นไหม?

คำตอบคือ ไม่ทุกรุ่น โดยฟีเจอร์ eSIM ในมือถือ Samsung ถูกเริ่มนำมาใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับเรือธงเป็นหลัก ขณะที่สมาร์ตโฟนรุ่นประหยัดหรือรุ่นเริ่มต้นส่วนใหญ่ยังคงใช้ซิมการ์ดจริง (Physical Nano-SIM) เพียงอย่างเดียว

เพื่อความเข้าใจง่าย สามารถแบ่งกลุ่มการรองรับ eSIM ของมือถือ Samsung ออกเป็นหลักๆ ได้ดังนี้:

  • รุ่นที่รองรับเป็นมาตรฐาน: สมาร์ตโฟนตระกูลเรือธงเกือบทั้งหมด เช่น Galaxy S Series (ตั้งแต่ S20 ขึ้นไป) และ Galaxy Z Series (Fold / Flip ทุกรุ่น)
  • รุ่นที่เริ่มรองรับเฉพาะรุ่นใหม่: สมาร์ตโฟนระดับกลางอย่าง Galaxy A Series เฉพาะบางรุ่น เช่น Galaxy A54 5G, A55 5G หรือ A35 5G
  • รุ่นที่ไม่รองรับ: สมาร์ตโฟนรุ่นเริ่มต้นอย่าง Galaxy A0x, A1x, A2x รวมถึงตระกูล Galaxy M Series และ Galaxy F Series ส่วนใหญ่

เช็กรายซีรีส์ มือถือ Samsung รุ่นไหนบ้างที่รองรับ eSIM

สรุปประเด็น เช็กรายซีรีส์ มือถือ Samsung รุ่นไหนบ้างที่รองรับ eSIM ในบทความ มือถือ Samsung รองรับ eSIM ทุกรุ่นไหม

1. Samsung Galaxy S Series

สมาร์ตโฟนตระกูล Galaxy S ถือเป็นซีรีส์หลักที่ใส่เทคโนโลยี eSIM มาให้อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มตั้งแต่ Galaxy S20 Series เป็นต้นมา (รวมถึง Galaxy S21, S22, S23, S24 และรุ่นใหม่กว่า)

อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังสำหรับรุ่น FE (Fan Edition):

  • Galaxy S20 FE และ S21 FE: ส่วนใหญ่ไม่รองรับ eSIM ในเกือบทุกภูมิภาค
  • Galaxy S23 FE และ S24 FE: เริ่มมีการเพิ่มการรองรับ eSIM เข้ามา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและรหัสโมเดลของตัวเครื่อง

2. Samsung Galaxy Z Series (Fold & Flip)

สำหรับสมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้ตระกูล Galaxy Z รองรับ eSIM มาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ทั้งในซีรีส์ Fold และ Flip เช่น Galaxy Fold, Z Fold2, Z Fold3, Z Fold4, Z Fold5, Z Fold6 รวมถึง Z Flip, Z Flip3, Z Flip4, Z Flip5 และ Z Flip6 ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานแบบสองซิมโดยไม่ต้องสลับถาดซิม

3. Samsung Galaxy Note Series

ในตระกูล Note แม้ปัจจุบันจะหยุดการอัปเดตซีรีส์ใหม่แล้ว แต่รุ่นท้ายๆ ได้แก่ Galaxy Note20 และ Galaxy Note20 Ultra (เวอร์ชันสากล) ก็รองรับการใช้งาน eSIM เช่นเดียวกัน

4. Samsung Galaxy A Series

ซีรีส์ A ในอดีตจะเป็นรุ่นที่รองรับเฉพาะซิมการ์ดจริงเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน Samsung เริ่มกระจายฟีเจอร์ eSIM ลงมาสู่สมาร์ตโฟนระดับกลาง เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้งานได้แพร่หลายยิ่งขึ้น:

  • รุ่นที่รองรับ eSIM: Galaxy A54 5G, Galaxy A55 5G, Galaxy A35 5G และรุ่นระดับกลางตัวบนที่เปิดตัวตามมา
  • รุ่นที่ไม่รองรับ eSIM: รุ่นระดับเริ่มต้นและรุ่นประหยัด เช่น Galaxy A05, A06, A15, A25 รวมถึงซีรีส์ A รุ่นเก่าก่อนปี 2023

5. ซีรีส์ Galaxy M และ Galaxy F

สมาร์ตโฟนตระกูล M และ F ซึ่งเน้นตลาดคุ้มค่า ความจุแบตเตอรี่สูง และการขายออนไลน์ ส่วนใหญ่ยังไม่รองรับ eSIM โดยจะรองรับเฉพาะการใส่ Nano-SIM แบบสองช่องปกติเท่านั้น

ข้อควรระวัง: เรื่องเครื่องนอกและภูมิภาคที่วางจำหน่าย

แม้ว่ารุ่นสมาร์ตโฟนของคุณจะอยู่ในรายชื่อที่รองรับ eSIM แต่ยังมีปัจจัยเรื่องภูมิภาคและเครื่องนำเข้า (เครื่องนอก) ที่ทำให้เครื่องไม่รองรับ eSIM ได้เช่นกัน:

  • เครื่องจากจีน ฮ่องกง และไต้หวัน: Samsung ที่วางจำหน่ายในประเทศกลุ่มนี้ มักถูกปรับสเปกให้ใช้ถาดซิมการ์ดจริงแบบ 2 ช่อง (Dual Physical Nano-SIM) แทนการใช้ eSIM ตามความนิยมในท้องถิ่น ดังนั้นหากซื้อเครื่องหิ้วจากฮ่องกงหรือจีน รุ่นนั้นๆ มักจะไม่รองรับ eSIM
  • เครื่องที่ติดล็อคค่ายมือถือต่างประเทศ (Carrier-Locked): เครื่องบางรุ่นจากสหรัฐอเมริกาหรือเกาหลีใต้ อาจมีการจำกัดการเปิดใช้ eSIM หากยังไม่ได้ทำการปลดล็อคเครือข่ายอย่างถูกต้อง

2 วิธีเช็กด้วยตัวเองง่ายๆ ว่าเครื่อง Samsung รองรับ eSIM หรือไม่

สรุปประเด็น 2 วิธีเช็กด้วยตัวเองง่ายๆ ว่าเครื่อง Samsung รองรับ eSIM หรือไม่ ในบทความ มือถือ Samsung รองรับ eSIM ทุกรุ่นไหม

หากคุณมีเครื่อง Samsung อยู่ในมือ หรือกำลังทดลองเครื่องก่อนตัดสินใจซื้อ สามารถตรวจสอบการรองรับ eSIM ได้ด้วยตัวเองผ่าน 2 วิธีง่ายๆ ดังนี้:

วิธีที่ 1: กดรหัสเช็ก EID บนแป้นโทรออก

  1. เปิดแอปพลิเคชันโทรศัพท์ (Phone) บนมือถือ Samsung
  2. กดรหัส *#06# (ไม่ต้องกดปุ่มโทรออก)
  3. สังเกตข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ หากมีแถบข้อมูลรหัส EID (Electronic IDentifier) แสดงขึ้นมาพร้อมบาร์โค้ด หมายความว่าเครื่องนั้นรองรับ eSIM
  4. หากหน้าจอแสดงเฉพาะรหัส IMEI โดยไม่มี EID แสดงว่าเครื่องนั้นไม่รองรับ eSIM

วิธีที่ 2: ตรวจสอบผ่านเมนูการตั้งค่าตัวจัดการ SIM

  1. ไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings)
  2. เลือก การเชื่อมต่อ (Connections)
  3. แตะที่ ตัวจัดการ SIM (SIM Manager)
  4. หากพบตัวเลือก เพิ่ม eSIM (Add eSIM) หรือ เพิ่มแผนบริการมือถือ (Add mobile plan) แสดงว่ามือถือ Samsung ของคุณรองรับ eSIM พร้อมใช้งานได้ทันที
ข้อสรุปสำคัญ: มือถือ Samsung ไม่ได้รองรับ eSIM ทุกรุ่น โดยจะมีเฉพาะรุ่นเรือธงอย่างซีรีส์ Galaxy S, Z, Note และซีรีส์ A รุ่นใหม่บางรุ่นเท่านั้น ก่อนเลือกซื้อหรือใช้งาน ควรตรวจสอบรหัส EID ด้วยการกด *#06# หรือเช็กในเมนูตัวจัดการ SIM เพื่อความมั่นใจ

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ มือถือ Samsung เพื่อใช้ eSIM

หากความสามารถในการใช้งาน eSIM คือปัจจัยหลักในการเลือกซื้อสมาร์ตโฟน Samsung เครื่องใหม่ มีข้อแนะนำที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ ดังนี้:

  • ตรวจสอบรหัสโมเดลย่อย: หากซื้อเครื่องผ่านช่องทางออนไลน์ เครื่องรีเฟอร์บิช หรือเครื่องมือสอง ให้สอบถามรหัสโมเดลย่อยกับผู้ขายให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการได้เครื่องสเปกฮ่องกงหรือจีนที่ไม่รองรับ eSIM
  • ความสะดวกในการเดินทางต่างประเทศ: การมี eSIM ช่วยให้คุณสามารถซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันและสแกน QR Code ติดตั้งได้ทันทีเมื่อถึงจุดหมาย โดยไม่ต้องถอดซิมหลักออก
  • การบริหารจัดการสองเบอร์: มือถือ Samsung ที่รองรับ eSIM จะช่วยให้คุณใช้งาน 2 เบอร์พร้อมกันได้สะดวก เช่น ใช้ซิมจริงสำหรับเบอร์ส่วนตัว และใช้ eSIM สำหรับเบอร์ทำงานหรือเน็ตรายเดือน

คำถามที่พบบ่อย

มือถือ Samsung ที่รองรับ eSIM สามารถจัดเก็บ eSIM ได้กี่โปรไฟล์ และเปิดใช้งานพร้อมกันได้กี่เบอร์?

โดยทั่วไป มือถือ Samsung ที่รองรับ eSIM สามารถบันทึกโปรไฟล์ eSIM เก็บไว้ในเครื่องได้ประมาณ 5–10 โปรไฟล์ ขึ้นอยู่กับความจุและรุ่นของสมาร์ตโฟน อย่างไรก็ตาม ระบบจะอนุญาตให้เปิดใช้งานโปรไฟล์ eSIM ได้ทีละ 1 เบอร์เท่านั้นเมื่อเปิดคู่กับซิมปกติ ยกเว้นสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่มากๆ บางรุ่นที่เริ่มมีการรองรับเทคโนโลยี Dual eSIM ให้ใช้งานพร้อมกันได้

หากทำการรีเซ็ตตั้งค่าโรงงาน (Factory Reset) เครื่อง Samsung ตัว eSIM ที่ติดตั้งไว้จะหายไปหรือไม่?

ในขั้นตอนการกดล้างข้อมูลเครื่อง ระบบ One UI ของ Samsung จะมีตัวเลือกให้เลือกว่าต้องการ “ลบโปรไฟล์ eSIM” ออกหรือไม่ หากผู้ใช้ไม่ได้เลือกติ๊กถูกในช่องลบ eSIM โปรไฟล์ก็จะยังคงอยู่ในเครื่องตามปกติหลังรีเซ็ตเสร็จ แต่หากเผลอลบไปแล้ว บางแหล่งข่าวระบุว่าผู้ใช้จะต้องขอ QR Code ใหม่จากผู้ให้บริการค่ายมือถือเพื่อลงทะเบียนอีกครั้ง

ย้าย eSIM จากมือถือ Samsung เครื่องเก่าไปเครื่องใหม่ด้วยตัวเองได้เลยหรือไม่?

แม้ระบบ Android จะเริ่มมีฟีเจอร์ eSIM Transfer สำหรับย้ายข้อมูลข้ามเครื่องได้ แต่การใช้งานในประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละราย ผู้ให้บริการบางแห่งอาจกำหนดให้ต้องขอ QR Code ใหม่ หรือสแกนยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันค่ายมือถือเพื่อความปลอดภัยก่อน จึงแนะนำให้ตรวจสอบขั้นตอนกับเครือข่ายที่ใช้งานก่อนทำการย้ายเครื่อง

การเปิดใช้งาน eSIM บนมือถือ Samsung จะกินแบตเตอรี่มากกว่าการใช้ซิมการ์ดปกติหรือไม่?

หลายคนนิยมเชื่อว่าการใช้ eSIM ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ แต่จากข้อมูลการทดสอบทางเทคนิค การใช้ eSIM ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยหลักที่ทำให้แบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็ว มักเกิดจากการเปิดใช้งาน 2 ซิมพร้อมกัน (Dual SIM) หรือการอยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณเครือข่ายอ่อน ทำให้เครื่องต้องใช้พลังงานสูงขึ้นในการค้นหาสัญญาณ