เมื่อเช็กเน็ตคงเหลือทรูแล้วตัวเลขไม่ตรงกับที่คิดว่าใช้ไป สาเหตุอาจอยู่ที่ตัวเลขนั้นเป็นของแพ็กเกจหลักหรือแพ็กเกจเสริม รวมถึงเวลาเริ่มหรือสิ้นสุดของสิทธิ์แต่ละก้อนที่ต่างกัน ในแอปทรู ปริมาณเน็ตคงเหลือของสองส่วนนี้แสดงแยกกัน จึงไม่ควรนำยอดทั้งหมดมารวมแล้วหักลบจากความจำ เพราะการเทียบยอดข้ามช่วงเวลาอาจทำให้ดูเหมือนเน็ตลดผิดปกติได้
วิธีตรวจคือเปิดรายละเอียดของเบอร์นั้น แล้วดูให้ชัดว่าตัวเลขที่ลดอยู่ในรายการใด จากนั้นตรวจว่ามีแพ็กเกจเสริมค้างอยู่หรือเพิ่งเริ่มรอบของสิทธิ์ก้อนใหม่หรือไม่ หากปริมาณของรายการเดิมยังเปลี่ยนไปอย่างอธิบายไม่ได้ จึงค่อยเก็บข้อมูลไว้ตรวจสอบต่อ
ตัวเลขใน True App แบ่งเป็นแพ็กเกจหลักและแพ็กเกจเสริม
ในแอปทรู ให้เข้า หน้าหลัก แล้วกด รายละเอียด หน้านี้แสดงหมายเลขโทรศัพท์และค่าใช้จ่ายของรอบบิลปัจจุบัน สำหรับบัญชีที่มีหลายเบอร์สามารถกด เปลี่ยนหมายเลข เพื่อเลือกเบอร์ที่จะตรวจได้ก่อนดูยอด
จุดสำคัญของการเช็กแพ็กเกจทรูอยู่ที่การอ่านข้อมูลเป็นสองส่วน
- แพ็กเกจหลัก แสดงข้อมูลอินเทอร์เน็ตและค่าโทรคงเหลือของแพ็กเกจหลัก
- แพ็กเกจเสริม แสดงรายละเอียดและปริมาณการใช้งานคงเหลือของแพ็กเกจเสริม
- อื่น ๆ ใช้ตรวจสอบการจำกัดวงเงิน ไม่ใช่ยอดเน็ตคงเหลือ
ดังนั้น การเห็นยอดเน็ตมากกว่าหนึ่งจุดไม่ได้ยืนยันว่าระบบคิดข้อมูลซ้ำ แต่บอกว่าควรอ่านรายการให้ครบก่อน ตัวอย่างสมมติ หากยอดในแพ็กเกจหลักลดลง แต่มีรายการเน็ตในแพ็กเกจเสริมยังเหลืออยู่ การดูยอดหลักเพียงจุดเดียวไม่พอจะสรุปว่าก้อนเสริมถูกใช้ไปแล้ว หรือไม่ถูกนำมาใช้เลย
เช็ก “รอบนับ” โดยไม่สับสนกับรอบบิล

รอบบิลกับสิทธิ์อินเทอร์เน็ตไม่ควรถูกตีความว่าเป็นเรื่องเดียวกันโดยอัตโนมัติ หน้ารายละเอียดในแอปแสดงค่าใช้จ่ายในรอบบิลปัจจุบัน แต่ตัวเลขปริมาณเน็ตคงเหลือจะถูกแยกตามแพ็กเกจหลักและแพ็กเกจเสริม ผู้ใช้จึงควรใช้วันหรือช่วงเวลาที่แสดงกับรายการนั้น ๆเป็นบริบทของยอด ไม่ควรนำยอดก่อนซื้อเน็ตเพิ่มไปเทียบกับยอดหลังซื้อเพิ่มโดยถือว่าเป็นก้อนเดิม
ข้อมูลอ้างอิงที่มีไม่ได้ระบุวันเริ่มนับ ปริมาณดาต้า ความเร็ว หรือราคาของแพ็กเกจมือถือแต่ละรายการ จึงไม่ควรเดาเวลารีเซ็ตยอดจากชื่อโปรหรือจากวันที่เติมเงินเพียงอย่างเดียว ให้ยึดชื่อแพ็กเกจ สถานะ และระยะเวลาที่ปรากฏในบัญชีจริงเป็นหลัก
วิธีเทียบยอดให้รู้ว่าเป็นคนละรอบหรือไม่
- เข้าแอปทรู เลือกหน้าหลัก และกดรายละเอียด
- ตรวจหมายเลขให้ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อบัญชีเดียวผูกหลายเบอร์
- จดหรือบันทึกภาพชื่อรายการ ปริมาณเน็ตคงเหลือ และเวลาที่ตรวจ ทั้งในแพ็กเกจหลักและแพ็กเกจเสริม
- หลังใช้งานไปช่วงหนึ่ง ให้กลับมาดูรายการเดิม ไม่สลับไปเปรียบเทียบกับยอดจากคนละแถบ
- หากมีรายการใหม่เพิ่มขึ้นหรือรายการเก่าหายไป ให้หยุดรวมยอดก่อน แล้วตรวจสถานะของแต่ละรายการใหม่อีกครั้ง
ขั้นตอนนี้ไม่ได้ใช้พิสูจน์วิธีตัดดาต้าของระบบ แต่ช่วยแยกปัญหาที่เกิดจากการจำยอดผิด ดูผิดเบอร์ หรือเปรียบเทียบสิทธิ์คนละก้อนออกไปก่อน
แพ็กเกจซ้อนกันดูอย่างไร และอะไรที่ยังสรุปไม่ได้

ในมุมของผู้ใช้ คำว่า “แพ็กเกจซ้อน” หมายถึงพบสิทธิ์มากกว่าหนึ่งรายการในเบอร์เดียวกัน เช่นมีทั้งแพ็กเกจหลักและแพ็กเกจเสริม หรือมีรายการเสริมหลายรายการที่ยังแสดงอยู่ แต่การมีหลายรายการเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกลำดับการใช้เน็ต และไม่ได้เป็นหลักฐานว่าถูกคิดค่าบริการซ้ำ
ให้มองหาสัญญาณต่อไปนี้ในหน้ารายละเอียด
- มีปริมาณเน็ตคงเหลือทั้งใต้แพ็กเกจหลักและแพ็กเกจเสริม
- พบแพ็กเกจเสริมมากกว่าหนึ่งรายการที่ยังมีสถานะแสดงอยู่
- เพิ่งสมัครสิทธิ์เพิ่มหรือเปลี่ยนโปร แล้วเลขที่กำลังเทียบอยู่มาจากคนละช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยน
- ยอดที่ลดอยู่ในรายการหนึ่ง แต่ผู้ใช้กำลังรอดูยอดของอีกรายการหนึ่ง
หากพบเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ให้สรุปได้แค่ว่ามีหลายรายการให้ตรวจ ยังสรุปไม่ได้ว่าเน็ตก้อนใดต้องถูกใช้ก่อน เพราะข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุเงื่อนไขลำดับการตัดใช้ของแพ็กเกจมือถือแต่ละแบบ ทางที่ปลอดภัยคือเก็บชื่อทุกก้อนและยอดของแต่ละก้อน แล้วสอบถามโดยอ้างอิงรายการนั้นโดยตรง
ช่องทางตรวจสอบ: เลือกใช้ให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการรู้
สำหรับกรณีตัวเลขดูไม่ตรง แอปทรูเหมาะที่สุดเพราะแยกข้อมูลแพ็กเกจหลักและแพ็กเกจเสริมให้ดูเป็นรายการ แต่หากต้องการยอดอินเทอร์เน็ตและข้อมูลการใช้งานแบบรวดเร็วมีข้อมูลเผยแพร่ว่าสามารถกด *900# แล้วโทรออกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตามข้อมูลนั้น อย่างไรก็ตาม รหัสนี้ช่วยดูยอดได้ ไม่ได้แทนการไล่ดูรายละเอียดทุกแพ็กเกจเมื่อสงสัยว่ามีสิทธิ์หลายก้อน
ช่องทางตรวจโปรที่เผยแพร่ไว้ต่างกันตามประเภทบริการ เช่น *935# หรือ *939*2# โทรออกสำหรับตรวจสอบโปรโมชั่นที่ใช้งานอยู่ และ *939*1# โทรออกสำหรับตรวจสอบยอดการใช้งานในกลุ่มข้อมูลรายเดือนที่ระบุไว้ ทั้งหมดระบุว่าไม่มีค่าใช้จ่ายในข้อมูลอ้างอิง ส่วนการโทร *9399 แล้วเลือกเมนูตรวจโปรหรือยอดการใช้งานมีค่าบริการ 1 บาทต่อครั้งตามรายการดังกล่าว จึงควรตรวจความพร้อมใช้และเงื่อนไขบนหน้าจอหรือกับผู้ให้บริการก่อนดำเนินการ
อย่าเอาสมาชิก TrueID มาเป็นยอดเน็ตมือถือ
คำว่าแพ็กเกจอาจหมายถึงสมาชิกบริการรับชมในทรูไอดีได้ด้วย ซึ่งต้องแยกจากแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตของหมายเลขโทรศัพท์ หากต้องการตรวจสมาชิกประเภทนี้ ให้เข้า Profile แล้วเลือก สมาชิกแพ็กเกจ และแตะรายการที่มีสถานะ Active เพื่อดูรายละเอียด
ตัวอย่างรายการที่ระบุไว้มีทั้งแบบต่ออัตโนมัติ เช่น TrueID+ 30 วัน, TrueID+ 1 ปี, TrueID Short 30 วัน และ TrueID Short 7 วัน กับแบบซื้อครั้งเดียว เช่น TrueID+ 1 วัน, TrueID+ 7 วัน และ TrueID+ Package 30 วันแบบใช้ TruePoint แลก รายการเหล่านี้เป็นรายละเอียดสมาชิกเนื้อหา ไม่ใช่ข้อมูลยืนยันปริมาณเน็ตมือถือหรือความเร็วอินเทอร์เน็ต
หากต้องการยกเลิกสมาชิกแบบซื้อผ่าน USSD ที่หน้ารายการระบุไว้ รหัสสมัครคือ *900*7736# และรหัสยกเลิกคือ *901*7736# โทรออก แต่ไม่ควรกดยกเลิกเพียงเพราะเข้าใจว่าเป็นเน็ตมือถือควรอ่านชื่อบริการและช่องทางที่ซื้อให้ชัดเจนก่อน โดยสมาชิกที่ซื้อผ่าน Google Play หรือ Apple In-app purchase อาจให้ไปจัดการผ่านช่องทางของแพลตฟอร์มนั้นตามข้อความที่แสดง
เมื่อใดควรเก็บหลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อ
หลังตรวจเบอร์ แพ็กเกจหลัก แพ็กเกจเสริม และเวลาที่เช็กแล้ว หากปริมาณเน็ตของรายการเดียวกันเปลี่ยนผิดจากที่พบก่อนหน้าโดยไม่มีรายการใหม่หรือการเปลี่ยนสิทธิ์ที่เห็นได้ ให้เตรียมข้อมูลที่ช่วยตรวจย้อนหลังได้
- หมายเลขโทรศัพท์ที่ตรวจ
- ชื่อแพ็กเกจหลักหรือแพ็กเกจเสริมที่เกี่ยวข้อง
- ยอดก่อนและหลัง พร้อมวันเวลาโดยประมาณ
- ภาพหน้าจอหน้ารายละเอียด หากสามารถบันทึกได้
- เหตุการณ์ก่อนพบความต่าง เช่น สมัครเน็ตเพิ่ม เปลี่ยนโปร หรือเริ่มเห็นรายการใหม่
สรุปคือ หากทรูเน็ตเหลือเท่าไหร่ไม่ตรงกับที่คาด อย่าดูตัวเลขก้อนเดียว ให้เริ่มจากแอปทรูที่หน้าหลัก > รายละเอียด แล้วแยกยอดตามชื่อแพ็กเกจหลักและแพ็กเกจเสริมก่อน วิธีนี้ทำให้รู้ว่ากำลังเจอผลจากการเทียบคนละรอบหรือมีหลายสิทธิ์ในบัญชี หรือเป็นความผิดปกติของยอดรายการเดิมที่ควรตรวจต่อจริง ๆ

